Sunday, 22 November 2015




Countable noun and Uncountable noun





 การแบ่งประเภทของคำนามออกเป็นคำนาม "นับได้" และ คำนามที่ "นับไม่ได้" นั้นเป็นเรื่องที่คนไทยมักไม่คุ้นเคย มีหลายคำที่เราคิดว่าเราสามารถนับมันได้แต่ในภาษาอังกฤษถือว่านับไม่ได้ เช่น ข้าว น้ำตาล ผม สบู่ เป็นต้น

         

 แล้วความแตกต่างระหว่างนามนับได้และนามนับไม่ได้คืออะไร?

 นามนับได้ หรือที่เรียกว่า countable noun
          นามนับได้ทั้งหลายนั้น เมื่อเราสามารถนับมันได้ ก็เท่ากับว่ามันสามารถอยู่ในรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้ นามนับได้คือสิ่งของที่มีรูปเป็นตัวๆ เกิดจากหลายๆ ชิ้นมาประกอบกัน สามารถนำมาแยกนับเป็นหน่วยๆ ได้ โดยอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

          1) คน อาชีพ หรือความสัมพันธ์ เช่น father, boy, man, professor, student
          2) สัตว์ พืช แมลงสายพันธุ์ต่าง เช่น cat, tree, mosquito, whale
          3) สิ่งของที่มีรูปคงที่แน่นอน ไม่ได้เปลี่ยนรูปไปมา เช่น computer, box, television, chair, building
          4) หน่วยวัดต่างๆ เช่น centimeter, inch, kilogram, dollar, degree
          5) การแบ่งหน่วยทางสังคมต่างๆ เช่น country, city, language, family, group
          6) ความคิดหรือสิ่งของที่จับต้องไม่ได้บางชนิด เช่น idea, plan, investigation

 นามนับไม่ได้ หรือที่เรียกว่า uncountable noun
          นามนับไม่ได้จะอยู่ในรูปเดียว ไม่มีรูปเอกพจน์หรือรูปพหูพจน์ ซึ่งเราจะถือว่านามนับไม่ได้ทั้งหมดเป็นเอกพจน์ โดยส่วนใหญ่แล้วนามนับไม่ได้คือสิ่งของที่ไม่สามารถแบ่งออกมาเป็นชิ้นๆ หรือแยกออกมานับได้ หรือบางครั้งก็เป็นบรรดาแนวคิดที่จับต้องไม่ได้บางชนิด โดยอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

          1) สิ่งของที่อยู่รวมๆ กันอันประกอบไปด้วยหน่วยย่อยเล็กจิ๋วมากมาย เช่น rice, sugar, hair, sand, soap
          2) อาหารที่อยู่ในรูปต่างๆ เช่น meat, bread
          3) สสารที่มีรูปร่างไม่คงที่แน่นอน เช่น water, ice, fire, rain, coffee, tea, iron, wood
          4) กลุ่มของสิ่งของที่อาจมีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน เช่น clothing, cash, furniture, money
          5)  ภาษาต่างๆ เช่น Thai, English, Japanese, Italian
                * แต่ถ้าเป็นคนที่มีสัญชาตินั้นๆ ถือว่านับได้ เช่น Italian ที่แปลว่าภาษาอิตาเลียน ถือว่านับไม่ได้ แต่ Italian ที่แปลว่าคนอิตาเลียน ถือว่านับได้
          6) พวกคำกริยาที่เป็น gerund (คือตามหลังด้วย -ing) ทั้งหลาย เช่น walking, eating, learning
          7) แนวคิดหรือสิ่งของที่จับต้องไม่ได้บางชนิด (โดยมากมักจะลงท้ายด้วย -ness, -ity, ance) เช่น effectiveness, darkness, integrity
          แล้วทำอย่างไรเราถึงจะสามารถนับพวกนามนับไม่ได้เหล่านี้ได้ ถ้าบางครั้งเราจำเป็นต้องบอกว่ามันมีปริมาณมากน้อยเท่าไร จะบอกอย่างไร? 
          วิธีง่ายๆ คือหาหน่วยใส่ให้นามนับไม่ได้ หน่วยที่เห็นกันบ่อยๆ เช่น piece, bar, bottle, glass และอื่นๆ อีกมากมาย  ยกตัวอย่างเช่น I can have a glass of milk? หรือ There are 10 pieces of meat on the table.





นอกจากต้องจำว่าคำนามคำไหนนับได้/นับไม่ได้แล้ว ในบางครั้งเรายังสามารถเดาจาก article ที่นำหน้ามันได้อีกด้วย เช่น
           a, an เป็น article ที่ใช้นำหน้าคำนามนับได้เท่านั้น และอย่าลืมว่าต้องเป็นนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ด้วย
           each, every, any เป็น article ที่ใช้นำหน้าคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์เท่านั้น
           these, those, many, several, few, a few ต้องใช้นำหน้าคำนามนับได้พหูพจน์เท่านั้น
           some, any, most, all, a lot of ไม่ค่อยช่วยเราเท่าไรนัก เพราะใช้นำหน้าทั้งนามนับได้พหูพจน์ และนามนับไม่ได้
           เช่นเดียวกับ this, that ที่ใช้นำหน้าได้ทั้งนามนับได้เอกพจน์และนามนับไม่ได้
           ส่วน the ไร้ประโยชน์ที่สุด เพราะใช้นำหน้าได้หมดไม่ว่าจะเป็นนามนับได้ (ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์) และนามนับไม่ได้

ที่มา : http://www.vcharkarn.com/lesson/1277

No comments:

Post a Comment